Linux ที่เหมาะกับการใช้งานบน Server

Linux

November 18, 2017

server

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในตลาด Server นั้น Linux แทบจะเป็นเจ้าตลาด หันไปทางไหนก็เจอแต่ลินุกซ์ เดี๋ยวบางท่านจะว่าผมอวย Linux เกินไป เพราะที่ผมบนว่าเจ้าตลาด ผมเหมารวมทั้งโลกเลยนะครับ แต่ในไทยก็น่าจะมีเยอะเท่าไหร่ที่ใช้ Linux เพราะจากที่ผมไปประสบพบเจอมา มีแต่ Windows Server ทั้งนั้น ก็ไม่เป็นไร ชอบอันไหน อันไหนคุ้มกว่าก็ใช้อันนั้นละ แต่วันนี้หากท่านเบื่อปัญหาอันน่ารำคาญของ Windows Server หรืออยากจะลองอะไรใหม่ ท่านมาถูกทางแล้ว ซึ่งวันนี้ผมจะแนะนำ Linux ที่ผมคัดมาแล้วว่ามันเหมาะกับ Server เอามากๆ มีทั้งฟรีและเสียเงิน จะมีตัวไหนบ้างมาชมกันเลยครับ

Linux ที่เหมาะกับการใช้งานบน Server

Ubuntu Server

ถึงแม้ว่า Ubuntu Desktop จะได้รับความนิยมน้อยลง จน Linux Mint ได้แซงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ในฝั่ง Server ตัว Ubuntu เองก็ยังเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ อยู่ ซึ่งหากใครเพิ่งจะเข้ามาเล่น Linux ใหม่ๆ ก็ไม่ควรพลาด Ubuntu Server นะจ๊ะ แถมยังให้ใช้แบบฟรีๆ ด้วยนะ

Ubuntu Server

Red Hat Enterprise Linux (RHEL)

สุดยอด Linux สำหรับ Server อย่างแท้จริงๆ อยู่กันมานมนาน จนนมยานหมดละ ซึ่งหากใครที่เป็นแฟนพันธ์แท้ลินุกซ์ก็คงต้องรู้จักเจ้า Red Hat แน่ๆ เพราะความสามารถของเจ้าลินุกซ์ตัวนี้ขึ้นชื่อเรื่องประสิทธิภาพและความเสถียรเอามากๆ และเมื่อเร็วๆนี้เพิ่งเข้ามาทำตลาดที่ไทยอย่างเป็นทางการ อ้อลืมบอกลินุกซ์ตัวนี้ไม่ฟรีนะ เขาให้บริการแบบ Subscription หรือเช่านั่นเอง หากใครสนใจเอามาลองเล่นก่อนก็ได้เหมือนกัน โดยทางหมวกแดงให้เราดาวน์โหลดมาลองเล่นได้ 30 วัน

Red Hat Enterprise Linux (RHEL)

SUSE Linux Enterprise Server

Suse ก็ถือได้ว่าเป็นลินุกซ์ที่เก่าแก่ตัวนึง สำหรับตัว Suse เองก็เจาะตลาด Server เป็นหลัก และคุณภาพไม่แพ้ Red Hat เลย สำหรับใครที่ไม่ชอบ Red Hat ก็อาจจะมาลอง Suse ดูก็ได้นะ ลินุกซ์ตัวนี้ให้บริการแบบ Subscription หรือเช่าแบบเดียวกับ Red Hat เลย สามารถดาวน์โหลดมาลองเล่นดูก่อนได้ โดยทาง Suse ให้ใช้งาน 60 วัน หรือใครอยากลองเวอร์ชั่นฟรี คือฟรีตลอดชีพ ก็แนะนำจัด OpenSuse ไปเลย

SUSE

CentOS (Community OS) Linux Server

CentOS เป็น Red Hat ในร่างฟรี ซึ่งหากใครไม่อยากเสียงเงินซื้อมาใช้ ก็ลองมาใช้ CentOS กันได้ ผมเห็นในไทยค่อนข้างนิยมตัวนี้ Community ค่อนข้างๆ มีเยอะพอสมควร

CentOS

Debian

เป็นอีกตัวนึงที่บอกได้เต็มปากว่าฟรี และเป็นพ่อของ Ubuntu หรือหลายๆ Distro เป็นลินุกซ์ตัวนึงที่แพคเกจใหญ่มากๆ รองรับการใช้งานหลายด้าน แถมยังรองรับหลายสภาปัตยกรรมอีก ไม่ว่าจะเป็น 64-bit PC (amd64), 32-bit PC (i386), IBM System z, 64-bit ARM (Aarch64), POWER Processors หรืออื่นๆ อีกมากมาย ถือเป็นตัวนึงที่ใช้งานดีตัวนึงเลย แถมฟรีอีกต่างหาก

Debian

Oracle Linux

เป็นลินุกซ์ฟรีจากบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Oracle เป็นอีกตัวเลือกนึงสำหรับสายฟรี และหากเป็นลูกค้า Oracle อยู่แล้วก็ควรจะเอามาลองดูสักครั้ง

Oracle Linux

Mageia

เป็นลินุกซ์ที่พัฒนามาจากลินุกซ์เก่าแก่อย่าง Mandriva และเมื่อเร็วๆ นี้ Mageia เองก็เพิ่งออกเวอร์ชั่นใหม่ ก็จัดว่าปล่อยให้แฟนๆ รอกันไปนานมาก เป็นตัวเลือกนึงสำหรับสายฟรี

Mageia

ClearOS

นำเอา RHEL/CentOS มาพัฒนาต่อยอดอีกทีนึง โดยเอามาทำให้มันง่ายต่อการใช้งาน ซึ่งการใช้งานจะสั่งผ่าน Browser แทน และที่สำคัญมันฟรีด้วย

Clear OS

Arch Linux

เป็นลินุกซ์ในดวงใจผมจริงๆ ถ้ามาใช้ใน Server คงจะเบาน่าดู แต่ก็ต้องแลกด้วยการคุณต้องเป็นคนติดตั้งทุกอย่างเอง ทุกอย่างจริงๆ ซึ่งหากใครเทพ และปรับแต่งการใช้งานเก่งๆ คุณจะได้ระบบที่ดีมาก แต่ถ้าคุณฝีมือไม่ถึง ปรับแต่งไม่เทพพอ มันก็อาจจะแย่กว่า Windows98 ซะอีก อิอิ

Arch Linux

Slackware Linux

ลินุกซ์ตัวแรกที่รู้จัก แต่ไม่เคยใช้เลย ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังมีคนนิยมอยู่ไหม จากที่ผมดูหน้าเว็บเพิ่งอัพเดท Feed ไปเมื่อปีที่แล้ว ออกแนวๆ Mageia นานๆ จะมาอัพเดทที ก็ฝากไว้อีกตัวให้ไปลองกันดูเผื่อจะถูกใจ แถมมันฟรีด้วย

Slackware Linux

เป็นยังไงกันบ้างครับสำหรับลินุกซืที่ผมได้ยกมานำเสนอให้กับทุกท่านได้ชมกัน หากใครมีตัวอื่นที่จะแนะนำ ก็แนะนำกันเข้ามาได้ครับ ถือเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้กัน เพราะโดยส่วนตัวก็ไม่เชี่ยวชาญเรื่อง Server สักเท่าไหร่ สำหรับบทความนี้ก็ขอจบไว้เพียงเท่านี้ แล้วพบกันใหม่บทความหน้าสวัสดีครับ.